กีฬายกน้ำหนักคนไทยทำเหรียญในโอลิมปิกได้มากมายที่สุดนี่เป็นภาพการคว้าเหรียญทองประวัติศาสตร์ของกีฬายกน้ำหนักโดย “น้องอร” อุดมพร พลศักดิ์ นักยกน้ำหนักรุ่น 53 กิโลกรัมหญิง เจ้าของวลีเด็ด “สู้เว่ย” ที่คว้าเหรียญทองแรก ให้ทัพยกน้ำหนักทีมชาติไทยในการแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ 2004 “เอเธนส์ เกมส์”และกลายเป็นจุดเริ่มต้น ให้กีฬายกน้ำหนัก กลายเป็นกีฬาความหวังในโอลิมปิก 97.5 กิโลกรัม ท่าคลีนแอนด์เจิร์กได้ซึ่งเป็นการทำลายสถิติโอลิมปิกในตอนนั้นด้วยที่ 125 กิโลกรัม ทำน้ำหนักรวมได้ 222.5 กิโลกรัม 5 วันถัดจากเหรียญทองของ อุดมพร ทัพยกน้ำหนักทีมชาติไทย ก็มาคว้าเหรียญทองที่ 2 ได้ทันทีจาก “น้องไก่” ปวีณา ทองสุข ในการยกน้ำหนัก รุ่นน้ำหนักไม่เกิน 75 กิโลกรัมหญิงหลังยกท่าสแนทช์ ได้ 122.5 กิโลกรัม และท่าคลีนแอนด์เจิร์กได้ 150 กิโลกรัม ทำให้ได้นำหนักรวมที่ 272.5 กิโลกรัม คว้าเหรียญทองเหรียญที่ 2 ใน เอเธนส์ เกมส์ 2004 ได้สำเร็จ ทำให้ไทยจบโอลิมปิกครั้งนั้นที่ 3 เหรียญทอง 1 เหรียญเงินกับ 1 เหรียญทองแดง 4 ปีถัดมา ในการแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ 2008 “ปักกิ่ง เกมส์” ไทยก็มีเหรียญติดไม้ติดมือจากกีฬายกย้ำหนักอีกครั้งจากกีฬายกน้ำหนักรุ่น 53 กิโลกรัม ซึ่งเป็นรุ่นที่อุดมพรทำได้เมื่อ 4 ปีก่อน คราวนี้เป็น ประภาวดี เจริญรัตนธารากูล หลังทำน้ำหนักท่าสแนตช์ 95 กิโลกรัม ส่วนท่าคลีนแอนด์เจิร์ก 126 กิโลกรัม รวมน้ำหนักทำได้ 221 กิโลกรัม โดยเป็นการทำลายสถิติโอลิมปิกสำหรับท่าคลีนแอนด์เจิร์กที่ อุดมพร พลศักดิ์ ทำไว้เมื่อ 4 ปีก่อนด้วย และในครั้งนี้ที่ ริโอ เกมส์ ไทยก็มาได้ 2 เหรียญทองยกน้ำหนักจาก โสภิตา ธนสาร รุ้น 48 กิโลกรัมหญิงและล่าสุดจาก สุกัญญา ศรีสุราช ในรุ่น 58 กิโลกรัม ทำให้กีฬายกน้ำหนักกลายมาเป็นกีฬาที่คว้าเหรียญทองให้ทัพนักกีฬาไทยมากที่สุด ในโอลิมปิกเกมส์ไปแล้วที่ 5 เหรียญทอง แซงหน้ามวยสากลที่ทำ 4 เหรียญทองตั้งแต่ปี 1996 ไป 1 เหรียญ โดยกีฬายกน้ำหนักก็ยังมีลุ้นอีก 3 รายการ ในรุ่น 69 กิโลกรัมชายจาก ไตรรัตน์ บุญสุข, รุ่น 77 กิโลกรัมชายจาก จตุภูมิ ชินวงค์ และรุ่น 94 กิโลกรัมชายจาก ศรัท สุ่มประดิษฐ์ อีกด้วย  เรียกได้ว่าเป็นเรื่องราวดีดีและสุดยอดจริงๆเลยสำหรับชาวไทย